วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ใบงาน ๒ วันที่ ๙ มิ.ย.๕๒

๑.อังคารที่ ๑๖ มิ.ย.งดสอน ให้ นศ.ไปพิพิธภัณฑ์ (หลังอนุสาวรีย์สามกษัตริย์) แล้วเขียนรายงานมาส่งคนละ ๕ หน้า เพื่อตอบว่า ๑) ได้เรียนรู้อะไรบ้างจากพิพิธภัณฑ์ ๒) สิ่งที่ได้รู้เหมือนหรือต่างอย่างไรจากเนื้อหาบทที่ ๑ ในหนังสือ ๓) สิ่งที่ได้เรียนรู้เหมือนหรือต่างอย่างไรจากสิ่งที่เคยรู้มาก่อน ให้ส่งรายงานวันศุกร์ที่ ๑๙ มิ.ย. ที่เพื่อนกลุ่มที่จะมาวิจารณ์ (กำหนดแล้ว)

๒.วันอังคารที่ ๒๓ มิ.ย. ให้มี นศ. ๒ กลุ่มมานำเสนอหน้าชั้น (กำหนดกลุ่มแล้ว) ให้หนึ่งกลุ่มนำเสนอเนื้อหาบทที่ ๑ อีกหนึ่งกลุ่มนำเสนอรายงานการดูงานที่พิพิธภัณฑ์ แล้วให้มีอีก ๒ กลุ่มมาวิจารณ์ ๒ กลุ่มที่นำเสนอ (กำหนดกลุ่มแล้ว)

๓. ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่ม post ความคิดเห็นจากการอ่านบทที่ ๑ ลงใน blog กลุ่มละ ครึ่งหน้ากระดาษ ภายในวันเสาร์ที่ ๒๐ เวลา ๔ โมงเย็น

10 ความคิดเห็น:

  1. กลุ่มที่ 11

    ความคิดเห็นในเรื่องของลักษณะทั่วไปของสังคมไทยตามความคิดของกลุ่มทำให้ทราบถึงในเรื่องของต้นกำเนิดของประเทศไทย ซึ่งเมื่อก่อนนั้นเรียกว่า"สยาม"และเปลี่ยนเป็น"ไทย"ในสมัยของ จอมพลแปลก พิบูลสงคราม มีการสรุปและบันทึกไว้ว่า ไทยอยู่ในหลายที่กระจัดกระจาย เพราะสิ่งที่บันทึกไม่เหมือนกัน บ้างก็บอกว่าอยู่ทางบริเวณลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง,ภาคตะวันออกของมณฑลเสฉวน,แถบมณฆลกวางตุ้งกวางสีบ้าง จึงคิดว่าสมัยก่อนถิ่นฐานเดิมของไทยต้องกระจัดกระจายอยู่ในหลายๆแห่งก่อนที่จะมาอยู่ในดินแดนที่เป็นไทยในปัจจุบัน แต่ก็ได้มีข้อสรุปอีกข้อหนึ่งที่ว่า ได้พบอารยธรรมสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่สำคัญหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นโครงกระดูก เครื่องใช้ เครื่องปั้นดินเผาที่มีอายุเก่าแก่ถึง 4,000-5,000 ปีมาแล้ว พบที่บ้านเก่า กาญจนบุรี และบ้านเชียงอุดรธานี พวกเราจึงมีความคิดเห็นตรงกันว่าที่จริงแล้วไทยมีแหล่งกำเนิดที่ดินแดนแถบนี้ โดยที่ไม่ได้มีการอพยพมาจากที่ใดเลยก็เป็นได้ อาณาจักรล้านนามีศูนย์กลางความเจริญอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีพระเจ้าเมงรายเป็นผู้ปกครอง สภาพสังคมล้านนาประกอบด้วยบุคคล 3 กลุ่ม คือ กลุ่มปกครอง,กลุ่มพระสงฆ์,พลเมือง ไพร่ ประชาชน ประเทศไทยมีวัฒนธรรมที่ดีงาม และมีคุณธรรมประจำชาติมาตั้งแต่ไหนแต่ไร จึงทำให้เกิดความรักชาติ และไม่แปลกใจเลยที่ทำไมเราถึงรู้สึกถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อยู่กันฉันท์พี่น้อง มีการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขปกครองประชาชนชาวไทยให้อยู่กันอย่างสงบสุข

    ตอบลบ
  2. กลุ่มที่ ๙
    ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทที่ 1 ตามคววามคิดของกลุ่มข้าพเจ้าประเทศ "สยาม"หรือประเทศไทยในปัจจุบัน ได้มีวิวัฒนาการจากประเทศเล็กๆโดยการรวบรวมของพญาเม็งราย และขยายใหญ่ขึ้นตามลำดับ มีนักประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่า คนไทยมีต้นกำเนิดจากหลากหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยสืบเชื้อสายมาจากพวกมองโกลแถบเทือกเขาอัลไตบ้าง ถิ่นฐานเดิมของคนไทยอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจีนแถบมณฑลกวางตุ้งบ้างความคิดส่วนใหญ่มีแนวโน้มว่าถิ่นฐานเดิมของชนชาติไทยอยู่ทางตอนใต้และตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งยังสรุปไม่ได้ แต่มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ ไม่ว่าคนไทยจะมีเชื้อสายมาจากไหนก็ตาม เมื่อหล่อหลอมเป็นอาณาจักรเดียวกันแล้ว ต่างก็มีลักษณะความสัมพันธ์แบบเครือญาติ มีความสามัคคีและรักในความเป็นไทยไม่แพ้กัน
    สังคมไทยสมัย"อาณาจักรล้านนา" ผู้คนอยู่กันอย่างฉันมิตร กลมกลืนกับธรรมชาติ มีการเพาะปลูกเพื่อยังชีพหรือแลกเปลี่ยนสินค้าซึ่งกันแลกัน
    แม้ว่าปัจจุบันนี้อาจมีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามา แต่วิถีชีวิตคนไทยยังคงเป็นเกษตรกรเป็นส่วนใหญ่
    ระบบชนชั้นมีการแบ่งชนชั้นคือ กลุ่มปกครอง(กษัตริย์)กลุ่มพระสงฆ์
    และกลุ่มประชาชน(ไพร่,ทาส)สังคมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาระบบทาสจึงถูกยกเลิกไปโดยรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันคงไม่มีการแบ่งชนชั้นกันแล้ว แต่ยังมีบางคนที่ยังคงแบ่งชนชั้นโดยยึด อำนาจ ทรัพย์สินและความมีชื่อเสียงเป็นเกณฑ์ในการแบ่ง แต่มันจะมีประโยชน์อะไรหากว่าคุณเป็นชนชั้นสูงแต่จิตใจคูณไม่ได้สูงด้วย คนไทยและคนชาติอื่นๆจึงจำเป็นต้องมีศาสนาเพื่อเป็นที่พึ่งทางจิตใจ และเป็นแนวในการดำเนินชีวิตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และที่สำคัญคือสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงปกครองไพร่ฟ้าปวงชาวไทยให้อยู่กันอย่างสันติตลอดมา

    ตอบลบ
  3. กลุ่มที่ 7
    จากการได้อ่านบททที่ 1 ทั้งหมด ทำให้ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทย วิวัฒนการของสังคมไทย และสภาพสังคมไทย
    ความคิดเห็นจากการได้อ่านบทที่1
    พวกเราในฐานะลูกหลานคนไทยจะทราบดีว่า กว่าจะรวมกลุ่มมาเป็นสังคมไทยได้นั้น ต้องอพยพจากหลายที่หลายแห่ง จนกำเนิดเป็นประเทศไทย ซึ่งไม่มีนักประวัติศาสตร์คนใดสามารถสรุปแหล่งกำเนิดของชาติไทยได้ ถึงแม้ว่าความคิดเห็นส่วนใหญ่ค่อนข้างมีแนวโน้มตรงกันว่าถิ่นฐานเดิมของไทยน่าจะอยู่ทางตอนใต้และตะวันออกเฉียงใต้ของจีนแต่ปัญหาเรื่องชนชาติไทยและแหล่งกำเนิดของชาติไทย ไม่อาจสรุปเป็นข้อยุติที่แน่นอนได้
    ในสมัยอาณาล้านนา ศูนย์กลางความเจริญอยู่ที่เชียงใหม่ กลุ่มข้าพเจ้ามีความคิดเห็นตรงกันว่า ชอบความเป็นอยู่ที่เป็นแบบสังคมเกษตรที่มีความผูกพันกันอย่างใกล้ชิด มีการช่วยเหลือเกื้อกูลในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
    กษัตริย์ในแต่ละสมัยมีความรัก และห่วงใยแผ่นดิน ราษฎร แล้วแต่ว่ากษัตริย์พระองค์ใดปกครองแผ่นดินให้มีความเจริญรุ่งเรืองได้มากน้อยเพียงใด กลุ่มข้าพเจ้ามีความชื่นชมในสมัยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เนื่องจากการปกครองในสมัยนั้นมีการปกครองในลักษณะพ่อปกครองลูก และพระองค์ทรงเป็นผู้นำทั้งในยามศึกสงครามและยามสงบ พระองค์ก็ทรงห่วงใย ดูแลราษฎรอย่างใกล้ชิด ราษฎรจึงเรียกพระองค์ว่าพ่อขุน แทน เจ้าขุน
    ทางกลุ่มยังชื่นชอบพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(ร.5) เพราะสามารถปฏิรูปการเมือง การปกครอง ในด้านสิทธิของประชาชนได้ยกเลิกระบบทาสซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติไทยทรงทำเป็นขั้นตอนอย่างละมุนละม่อม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงเช่นในบางประเทศ ในด้านการศึกษาได้จัดตั้งโรงเรียนสำหรับราษฎรทั่วไป ขยายไปทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพของคนทั้งสิ้น เพราะพระองค์ตระหนักดีว่าตราบใดที่ราษฎรยังไม่ได้รับการศึกษาที่ดี ตราบนั้นประชาธิปไตยย่อมดำรงอยู่ไม่ได้
    กลุ่มข้าพเจ้าคิดว่าการเลิกทาสเป็นเครื่องแสดงถึงความเป็นนักประชาธิปไตยของพระองค์ และในเรื่องสิทธิของประชาชนเป็นหลักสำคัญยิ่งของการปกครองระบบประชาธิปไตย กลุ่มข้าพเจ้าภูมิใจที่ได้เกิดมาบนผืนแผ่นดินนี้ ได้เป็นส่วนหนึ่งของลูกหลานคนไทย

    ตอบลบ
  4. กลุ่มที่ 5
    จากความคิดเห็นของกลุ่มข้าพเจ้ามีความคิดว่า ชาติไทยเป็นชนชาติที่มีลักษณะวิถีชีวิตที่ดำเนินสืบเนื่องตั้งแต่อดีต มีการค้นพบการตั้งถิ่นฐานไทย ซึ่งความคิดเหล่านั้นมีหลักฐานทางโบราณคดีชาติพันธุ์ และหลักฐานมนุษย์วิทยา แต่นอกเหนืออื่นใดความคิดเห็นเหล่านี้ยังหาข้อยุติที่แน่นอนไม่ได้
    สังคมไทนที่ระบุหลักฐานวิวัฒนาการของคนไทยที่สืบค้นระบุจุดเริ่มต้นของไทยกับอาณาจักรล้านนา แจ่อย่างไรอาณาจักรนี้ก็มีอาณาจักรไทยเกิดขึ้นก้าวหน้าทางด้านต่างๆ มาคือ อาณาจักรสุโขไทย อยุธยา ธนบุรี รัตนโกสินทร์ วิถีชีวิตของไทยก็มีความเกี่ยวโยงซึ่งกันและกัน ถึงแต่จะมีการแย่งชิงการขยายอาณาเขตข้ามอาณาจักรกันบ้างแต่ก็ใช้กลยุทธทางเครือญาติสานสัมพันธ์มิให้มีการสู้รบกันจะเห็นว่าพระปรีชาสามารถของบรรพบุรุษในอดีตมีกลยุทธเชิงรบที่แยบยลเป็นอย่างยิ่ง แต่ครั้นความเจริญทางด้านต่างๆ แทรกแซงเข้ามาทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากทางวัฒนธรรม ประเพณีวิถีชีวิตมีทั้งด้านที่ดีและเสื่อมในประเด็นที่กลุ่มข้าพเจ้ามีความคิดเห็นตกลงกันคือ ด้านดีเจ้าขุน,มูลนาย,ระบบไพร,ระบบทาส เมื่อชาติตะวันตกเข้ามาไทยจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงสังคมให้ทัดเทียมกับต่างชาติเพื่ให้ชาวต่างๆยอมรับสังคมไทยมากขึ้นเพราะจะได้พัฒนาระบบการส่งออกของไทยไม่ว่าจะเป็นการผลิต การค้าขายและเทคนิควิธีการกลยุทธต่อเรากับต่างชาติเพราะไทยต้องปรับเปลี่ยนการเกษตรแบบยังชีพเป็นการค้าโหดยเฉพาะ
    ส่วนในด้านเสื่อมของไทย นั้นเป็นผลมาจากไทยรับวัฒนธรรมมาจากชาติต่างๆมามากเกินไปโดยไม่มาประยุกต์ ดัดแปลง ผสมผสาน จากชาติอื่นมาโดยไม่ยั่งคิดโดยเฉพาะเรื่องรักชาติไทย รักแผ่นดินเกิด คนไทยในปัจจุบันเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวมโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับไทย ทำให้ประเทศไทยเกิดวิกฤตต่างๆนานนับประการได้ว่าจะเกิดในปี พ.ศ 2540 เศรษกิจไทยอยู่ในภาวะวิกฟตอย่างหนัก ไทยต้งพึ่งตังเองอย่างมากโดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมาเป็นกลไก ของวิถีชีวิตที่ผสมผสานแบบเก่าและใหม่ให้มีความพอดีกันอย่างน่าอัศจรรย์...

    ตอบลบ
  5. กลุ่มที่ 6
    สำหรับกลุ่มข้าพเจ้าคิดว่าความรู้ในเรื่องของบทที่หนึ่ง ไม่ค่อยมีความจำเป็นมากนักที่จะเรียน แต่ถ์อว่าใช้เป็นความรู้มาประดับตัวได้บ้าง ในเรื่องของประวัติความเป็นมา ของสยามประเทศในยุคต่างๆ ซึ่แต่ละยุคแต่ละรัชกาล ก็จะมีความเด่นต่างๆกันไปคนละอย่าง แต่ที่เห็นจะเด่นชัดที่ผู้คนรู้จักกันอย่างกว้างขวางก็คงเป็นรัชกาลที่5 เพราะพระราชกรณียกิจของพระองค์ล้นมีแต่เรื่องเด่นๆทั้งสิ้น แต่ที่เห็นผู้คนจะรู้จักและจดจำไดมากที่สุดก็เห็นจะเป็นการประกาศเลิกทาสของพระองค์ พระองค์ทรงเป็นผ้ที่มความฉลาดหลกแหลมยิ่งนัก และยังทรงถือว่าเป็นผูที่มีความเสียสละอย่างยิ่งที่จะเลิกทาสให้แก่ประชาชนชาวสยามประเทศ ทรงไม่เห็นแก่พระองค์เองที่คิดจะเลิกทาสให้อิสระแก่ชาวไทยให้เป็นไทกันทุกคน พระองค์เป็นผู้ที่คิดการไกล และทรงมองเห็นว่าการที่สยามประเทศนั้นไม่พัฒนาก็เพราะการที่สยามประเทศยังคงเป็นทาศกันอยู่ซึ่งสิ่งดังกล่าวเป็นสิ่งที่เหนี่ยวรั้งความเจริญของสยามนั่นเอง และพอมีการเลิกทาสสยามก็มความเจริญอย่างตอเนื่องตามลำดับ อีกอย่างวิธีการประกาศเลิกทาศของพระองค์นั้นก็เป็นไปโดยแยบยลยิ่งและยังมีปะเพื่อป้งกันบุคคลที่ถูปลกจากความเป็นทาสมิให้กลับมาขายตัวเป็นทาสอีกครั้งนึงด้วย

    ตอบลบ
  6. กลุ่มที่1 นิติศาสตร์
    สำหรับกลุ่มข้าพเจ้าคิดว่าความรู้ในเรื่องของบทที่หนึ่งนั้นน้อยเกินไปที่จะเป็น ของระดับอุดมศึกษา เหมือนหนังสือแบบเรียนหลักสูตรเก่าของมัธยมต้นมากกว่า ในหนังสือนั้นกล่าวถึงเรื่องของประวัติความเป็นมา ของสยามประเทศในยุคต่างๆ ซึ่งแต่ละยุคแต่ละรัชกาลใช้กลยุทธทางเครือญาติสานสัมพันธ์มิให้มีการสู้รบกันซึ่งจะเห็นได้ว่าพระปรีชาสามารถของบรรพบุรุษในอดีตมีกลยุทธเชิงรบที่แยบยลเป็นอย่างยิ่ง และฉลาดอย่างมากเพราะได้ทำให้ลดการเสียเลือดเนื้อของคนชาติเดียวกันโดยไม่จำเป็น และเมื่อชาติตะวันตกเข้ามา ไทยจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงสังคมให้ทัดเทียมกับต่างชาติเพื่อให้ชาวต่างๆยอมรับสังคมไทยมากขึ้น และการทำเช่นนี้ทำให้เจ้าเหนือหัว(รัชกาลที่5)ได้ทำการยกเลิกทาส เพื่อยกระดับประเทศทั่งยังทรงส่งพระราชโอรสและธิดา ไปเรียนยังต่างประเทศ และนำวิทยาการมากพัฒนาประเทศทำให้สภาพบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก อีกทั้งยังส่งออกข้าวทำให้ต่างประเทศได้รู้จักไทยมากขึ้นในฐานะผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่
    เกษตรกรไทยจีงต้องปรับเปลี่ยนการเกษตรแบบยังชีพเป็นการค้าโดยเฉพาะ
    แต่ในยุคปัจจุบันนี้ กลับทะเลาะกันเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองจึงยากที่จะพัฒนาประเทศต่อไปอีก ทั้งๆที่สามารถไปได้ไกลกว่านึ้อีกแท้ๆ

    T.T รักนะเมืองไทย (ไทยเทียวไทย เพื่อประโยชน์คนไทย(พี่ธงไชย เค้าบอกมา))

    ตอบลบ
  7. กลุ่มที่ 2
    ความคิดเห็นในบทที่ 1 ลักษณะทั่วไปของสังคมไทย สำหรับกลุ่มของข้าพเจ้าได้คิดว่าเนื้อหาที่มีอยู่ในบทที่ 1ก็เป็นเนื้อหาที่ทุกคนเคยเรียนกันมาก่อนแล้ว แต่กะทัดรัดเข้าใจง่ายและสามารถมองเห็นความแตกต่างของแต่ละสมัยได้อย่างชัดเจน ซึ่งถ้ามองในแต่ละสังคมไม่ว่าจะเป็นสังคมสมัยก่อนหรือสมัยปัจจุบันนั้นก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป อย่างสังคมของอาณาจักรล้านนาเป็นสังคมที่มีความสำคัญมากเพราะว่าเป็นจุดเริ่มต้นของสังคมไทย และบ่งบอกถึงลักษณะของการปกครองที่มีอิสระ มีการพูดถึงความสัมพันธ์ในลักษณะของเครือญาติที่ต้องดูแลอาศัยกันและกัน ส่วนสังคมในสุโขทัยนั้นก็เป็นสังคมที่อิสระแต่ก็ได้รับอิทธิพลมาจากเขมรมาพอสมควร แต่ก็ยังคงเดิมในรูปแบบการปกครองที่อิสระไม่เอาเปรียบกัน ซึ่งเนื้อหาของทั้งสังคมในสมัยล้านนา สุโขทัย อยุธยาหรือรัตนโกสินทร์นั้นก็จะพูดถึงหน้าที่ของกษัตริย์ ราชวงค์หรือข้า ทาสต่างๆ ในแบบเดียวกัน แต่พอสิ้นสุดสังคมแบบสมัยเก่าเนื่องจากสังคมไทยได้รับอิทธิพลจากต่างชาติซึ่งมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยเป็นอย่างมากทั้งในด้านของการศึกษา การค้าขาย และทำให้สังคมของไทยนั้นพัฒนาไปมากและรวมถึงวัฒนธรรมประเพณีที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ เพราะสาเหตุนี้ไทยจึงมีการปฎิรูปทางสังคมโดยการยกเลิกระบบไพร่และยกเลิกระบบทาสในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในรัชกาลที่ 5 และทำให้วัฒนธรรมทางตะวันตกหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทยมากขึ้น และระบบของเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้นในแต่ละยุคแต่ละสมัยก็มีความแตกต่างกันไปซึ่งต้องขึ้นอยู่กับการปกครองของแต่ละสมัยด้วย แต่ในสมัยรัตนโกสินทร์นั้นมีการค้าขายกับชาวต่างชาติมากขึ้น ทำให้ในสมัยของรัชกาลที่ 4 ได้มีการทำสัญญาเบาว์ริ่งกับประเทศอังกฤษซึ่งภายหลังการทำสัญญาทำให้อุตสาหกรรมการผลิตในบ้านเราถดถอย และหลังจากนั้นประเทศไทยจึงได้เริ่มใช้แผนพัฒนาในฉบับที่ 1 และเริ่มพัฒนาแผนเศรษฐกิจของไทยมาเรื่อย ๆ จนถึงฉบับปัจจุบัน แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่แผนพัฒนานั้นใช้ได้ผลทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนเป็นวงกว้าง และทำให้เกิดปัญหาฟองสบู่ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการใช้การบริโภคของนอก มีค่านิยมที่ฟุ่มเฟือยอย่างเห็นได้ชัดและในปัจจุบันก็ยังคงเป็นเช่นเหมือนเมื่อก่อนที่มีพฤติกรรมแบบฟุ่มเฟือย ส่วนในเรื่องของการปกครองของไทยนั้นมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศตั้งแต่สมัยอดีตจนกระทั่งประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งถ้าเปรียบเทียบในปัจจุบันก็คล้ายๆกัน มีการยึดอำนาจและรัฐประหารเหมือนกัน เดี๋ยวก็ตั้งสภา เดี๋ยวก็ยุบสภา ซึ่งเป็นปัญหาหลัก ๆ ในทางการเมืองของปัจจุบัน แต่ถ้าปะเทศไทยมีความเป็นประชาธิปไตยโดยที่ไม่มีใครมาเอารัดเอาเปรียบแล้ว นั่นแหละประชาธิปไตยที่แท้จริงจะเกิดขึ้นและจะสามารถทำให้ชาติไทยของเราพัฒนามากขึ้นกว่าเดิมและไปได้ไกลกว่านี้โดยที่สามารถก้าวหน้าในสังคมโลกได้ในอนาคต

    ตอบลบ
  8. ครบกำหนดเวลาส่งงาน

    ตอบลบ
  9. 1. นายณรงค์ มูลสมบัติ 48123709

    2. นายสุริยศักดิ์ ป้อศรี 51122549

    3. นายชัยวัฒน์ ทาสุรินทร์ 52172606

    4. นายยิ่งยศ ยศเรือนคำ 52172617

    5. นายวิทวัส เหล็กทั่ง 52172619

    6. น.ส.จิราพรรณ สุนันท์ตระกลูชัย 52172635

    7. น.ส.ดาราทิพย์ กันบุญ 52172638

    8. น.ส.นิติมา ปันมาเรือน 52172541

    ตอบลบ
  10. นศ.ที่เคารพ พิมพ์รายชื่อมาทำไมคะ จะให้อาจารย์ทำอะไรช่วยบอกด้วยคะ น.ศ.มี ๔๐๐ กว่าคน จำไม่ได้ค่ะ

    ตอบลบ