กลุ่ม ๑
วีซีดีภูมิปัญญาท้องถิ่น ๓
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ๓
วีซีดีปัญหาสังคม ๓
บฝ.ปัญหาสังคม ๒
บท 8 ได้ 3
โลกาภิวัตน์ 2
รวม 16
กลุ่ม ๒
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ๒
บท๘ ๒
รวม 4
กลุ่ม ๓ ชะอำ จุฑามาศ สุพิศชญา
วีซีดีภูมิปัญญาท้องถิ่น ๓
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ๒
วีซีดีปัญหาสังคม ๓
บฝ.ปัญหาสังคม 2
บท ๘ ได้ ๓
โลกาภิวัตน์ 3
รวม 16
กลุ่ม ๔
กิติพงศ์ กำพล สุธนันท์ ณัฐพล
วีซีดีภูมิปัญญาท้องถิ่น ๓
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ๓
วีซีดีปัญหาสังคม ๒
บฝ.ปัญหาสังคม ๒
บท 8 ได้ 3
โลกาภิวัตน์ 2
รวม 14
กลุ่ม ๕
วีซีดีภูมิปัญญาท้องถิ่น ๓
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ๓
บฝ.การพัฒนาที่ยั่งยืน ๓
บฝ.ป้ญหาสังคม ๒
วีซีดีปัญหาสังคม ๓
บท ๘ ๓
โลกาภิวัตน์ 3
รวม 20
กลุ่ม ๖
วีซีดีภูมิปัญญาท้องถิ่น ๓
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ๓
วีซีดีปัญหาสังคม ๓
บฝ.ปัญหาสังคม ๒
โลกาภิวัตน์ 3
รวม 14
กลุ่ม ๗
วีซีดีภูมิปัญญาท้องถิ่น ๓
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ๓
บฝ.ปัญหาสังคม ๓
วีซีดีปัญหาสังคม ๓
บท ๘ ๓
โลกาภิวัตน์ 2
รวม 17
กลุ่ม ๘
ดูวีซีดีภูมิปัญญาท้องถิ่น ๓
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ๒
แบบฝึกหัดปัญหาสังคม ๒
วีซีดีปัญหาสังคม ๓
บท ๘ ๒
โลกาภิวัตน์ 2
รวม 14
กลุ่ม ๙
วีซีดีภูมิปัญญาท้องถิ่น ๓
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ๓
บฝ.ปัญหาสังคม ๓
วีซีดีปัญหาสังคม ๓
บท ๘ ได้ ๓
โลกาภิวัตน์ 2
รวม 17
กลุ่ม ๑๐
วีซีดีภูมิปัญญาท้องถิ่น ๒
แบบฝึกหัดภูมิปัญญาท้องถิ่น ๒
วีซีดีปัญหาสังคม ๓
บฝ.ปัญหาสังคม ๒
โลกาภิวัตน์ 3
รวม 12
กลุ่ม ๑๑
วีซีดีภูมิปัญญาท้องถิ่น ๓
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ๓
รวม 6
กลุ่ม ๑๒
อทิตย์ถญา จันจิรา นฤมล มฑพร นิสารัตน์ พิเชษฐ์ ประพันธ์ วุฒิศักดิ์ วุฒิพงศ์
วีซีดีภูมิปัญญาท้องถิ่น ๓
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ๒
วีซีดีปัญหาสังคม ๓
บฝ.ปัญหาสังคม ๒
บท ๘ ๓ ขาดวุฒิพงศ์ มฑพร นิสารัตน์ อทิตย์ถญา
โลกาภิวัตน์ 2
รวม 15
กลุ่ม ๑๓
วีซีดีภูมิปัญญาท้องถิ่น ๓
วีซีดีปัญหาสังคม ๒
บฝ.ปัญหาสังคม ๒
บท 8 ได้ 3
โลกาภิวัตน์ 2
รวม 12
กลุ่ม 14 น.ส.ตวงพร น.ส.วรรณภา น.ส.สุรีรัตน์
โลกาภิวัตน์ 2
บทที่ 8 ได้ 3
บฝ.ปัญหาสังคม ๒
วีซีดีปัญหาสังคม ๒
รวม 9
กลุ่ม ๑๕ วินัย พิษณุพงค์ พิชญา
วีซีดีภูมิปัญญาท้องถิ่น ๒
วีซีดีปัญหาสังคม ๓
โลกาภิวัตน์ 3
รวม 8
วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2552
วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
การฟังธรรม กลุ่ม 6 sec.05
(ส่งทาง email)
ปัจจุบันนี้การเข้าวัดของชาวพุทธดูจะเป็นไปด้วยความผิดวัตถุประสงค์ เพราะมีบุคคลบางกลุ่มที่เข้าวัดแล้วทำกริยาอาการที่ไม่เหมาะสม เหมือนดังว่าวัดเป็นสถานบันเทิง หรือแหล่งท่องเที่ยว(ดูจากการแต่งกาย)ดังนั้นหากผู้ใดคิดจะไปทำบุญตักบาตรในวัดหรือนอกวัดก็ตามที ควรจะสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ที่มิดชิดปิดหลวมๆให้ดูสะอาดหูสะอาดตากันหน่อย มิฉะนั้นจะกลับกลายเป็นได้บาปแทนที่จะได้รับกุศลผลบุญ การเข้าวัดดูจะเป็นทางเลือกสุดท้ายหรือไม่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว จึงจะทำให้คนนั้นมาเข้าวัดตักบาตรทำบุญกันได้ เพราะว่าจากการที่ได้สังเกตและสอบถามก็ได้ทราบว่าหลายๆคนที่เข้ามาวัดนั้นก็ด้วยความทุกข์กายทุกข์ใจทั้งนั้นที่พัดเข้ามาสู่ในวัดได้ แต่ก็ยังมีบุคคลอีกกลุ่มที่จะเข้าวัดปฏิบัติธรรมกันเป็นประจำ ไม่ว่าเขาจะอยู่ในอารมณ์ไหนๆบุคคลเหล่านี้ก็จะปฏิบัติธรรมกันตลอดอยู่แล้ว
การฟังธรรมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของชาวพุทธ ที่จะกระทำกันในวันสำคัญต่างๆของพระพุทธศาสนาและยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่มีความรู้จริงในเรื่องของการฟังธรรม และหลายคนก็คิดว่าการเข้าไปนั่งในศาลาปฏิบัติธรรม แล้วก็ใช้หูทั้งสองข้างฟังพระท่านพูดนี่ก็คือการฟังธรรม และก็คิดต่อไปอีกว่านี่แหละเป็นบุญ เพราะว่าได้มาฟังพระท่านพูดแล้ว เช่นนี้เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง เพราะในบางครั้งการเข้าวัดหากว่าเราเข้าไปแล้วทำกริยาอาการที่ไม่สำรวมเช่นนี้ก็อาจจะกลับกลายให้บุญกลายเป็นบาปไปได้ ฉะนั้นเช่นเดียวกับการฟังธรรม ถ้าหากเราฟังด้วยการสำรวมกายวาจาใจ และตั้งใจฟังพระธรรมเทศนาจนพระท่านสอนจบก็ยังพอจะถือว่าได้บุญอยู่บ้าง แต่ถ้าหากในขณะที่พระท่านเทศน์สอนอยู่นั้นเราก็มิได้ตั้งใจที่จะฟัง มิได้ตั้งใจไปวัดเลยแม้แต่น้อยจิตวิญญาณก็ไม่ได้เอาไป แต่ไปก็เพราะเพื่อนนั้นชวนไปก็เลยจำต้องไปเพราะไม่อยากขัดใจเพื่อน คือไปเฉยๆไม่ได้อยากไปนั่งฟังธรรม ไปถึงวัดก็คอยนั่งดูแต่เวลาว่าเมื่อไหร่พระท่านจะเทศน์จบจะได้กลับเสียที และระหว่างนั่งรอให้พระท่านเทศน์จบตนก็คุยแข่งอยู่ตลอดเวลา แบบนี้บุญย่อมจะไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน อีกทั้งยังจะเป็นการเสียเวลาเปล่าในการเข้าวัดครั้งนั้นและยังจะได้ของแถมเป็นบาปอีกติดตัวไปอีกด้วย ฉะนั้นหากไม่มีจิตใจที่อยากไปวัดก็อย่าฝืนไปเลยดีกว่าเอาไว้พร้อมแล้วค่อยไป แต่ถึงอย่างไรก็ตามหากเป็นเหมือนคนประเภทแรกที่มีความตั้งจิตตั้งใจฟังจนสามารถจดจำได้ทุกรายระเอียดทุกคำพูดที่พระท่านเทศน์สอนมาแต่ก็มิได้นำไปปฏิบัติมิได้นำไปประพฤติตามบุญก็ย่อมมิส่งเพราะทุกเหตุทุกปัจจัยย่อมเกิดจากกรรมทั้งนั้น ฉะนั้นถ้าเราได้แต่สดับรับฟังแต่เรานั้นไม่ปฏิบัติตามก็ย่อมจะไม่เกิดผลใดๆตามาไม่ว่าดีหรือเลว แต่จะได้รับความสุขชั่วคราวที่ทำให้ใจชุ่มชื่นเบิกบาน ในขณะที่ได้มานั่งฟังพระธรรมเทศนา
ฉะนั้นกลุ่มของข้าพเจ้าจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกๆคนจะได้ทำความเข้าใจที่ถูกต้องในการเข้าวัดฟังพระธรรมเทศนากันเสียใหม่ ว่าฟังอย่างไรจึงจะถูกต้อง ฟังพระธรรมอย่างไรจึงจะได้บุญ มิใช่ฟังให้เสียเวลาเปล่า และก็มิใช่ฟังเพื่อให้เกิดบาป ปัจจุบันนี้เราจะเห็นวัยรุ่นหนุ่มสาวเข้าวัดกันมากขึ้น อาจเป็นเพราะดัชนีความสุขของวัยรุ่นลดลงหรือเปล่าข้าพเจ้าก็มิแน่ใจ แต่ที่แน่ๆก็คือวัยรุ่นเหล่านี้ไม่ไปทำความเดือดร้อนให้ใครแน่นอน การฟังธรรมนั้นมีหลายแบบหลายอย่างและก็หลายโอกาสด้วยกัน เช่นการฟังธรรมในพิธีศพของชาวพุทธ การฟังธรรมในวัดในวันสำคัญต่างๆของศาสนาพุทธ ไม่ว่าจะเป็นการฟังธรรมในวาระใดก็มิได้มีความแตกต่างกันมากนัก ในเรื่องของบุญน้อยหรือบุญมากหรือบาปน้อยหรือบาปมาก สิ่งเหล่านี้จะเหมือนกันหมด ขึ้นอยู่กับตัวเรานั้นเองที่จะได้รับบุญหรือบาปมากน้อยเพียงใด บางคนฟังธรรมแล้วรู้สึกดีบางคนฟังธรรมแล้วรู้สึกผ่อนคลายการตึงเครียดได้ แต่บางคนฟังธรรมแล้วแต่ไม่รู้สึกอะไร และคนประเภทสุดท้ายฟังธรรมแล้วรู้สึกแย่ เพราะคนแต่ละคนมีความคิดที่แตกต่างกันออกไป เหตุที่บุคคลฟังธรรมแล้วรู้สึกดีก็เพราะว่าบุคคลผู้นั้นมีจิตศรัทธาทั้งในพระพุทธศาสนาและในตัวของพระผู้ที่ทำการเทศน์สอน และเหตุที่บุคคลผู้นั้นฟังธรรมแล้วรู้สึกเฉยก็เพราะเรื่องที่เทศน์อาจจะดูไกลตัวหรือเป็นเรื่องที่บุคคลผู้นั้นไม่ให้การสนใจเป็นต้น
ส่วนบุคคลประเภทสุดท้ายนั้นตัวของบุคคลนั้นอาจจะมีอคติต่อทั้งในพระพุทธศาสนาและในตัวของผู้ที่ทำการเทศน์สอนเหล่านี้เป็นต้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามที การฟังธรรมล้วนเป็นประโยชน์ต่อเราทั้งสิ้นไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ก็ตามแต่เราสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงอย่างมีความสุขตามแต่ว่าบุคคลจะนำไปปฏิบัติตามหรือไม่
สุดท้ายกลุ่มของข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อท่านใดได้อ่านรายงานเล่มนี้แล้ว จะเข้าวัดฟังพระธรรมเทศนาให้เกิดประโยชน์และความสุขสูงสุดในชีวิต และจะได้ทราบระดับของบุญหรือบาปที่ตนจะได้รับ และที่สำคัญอีกอย่างหวังว่าทุกท่านจะเข้าวัดด้วยอาการกริยามารยาทที่เหมาะสมสำรวม ทั้งกายวาจาและจิตใจที่มีแต่ความสุขสงบ การแต่งกายก็ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากการเข้าวัดควรแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย ใส่เสื้อผ้าที่มิดชิดเหมาะสมกับสถานที่เช่นนี้จึงจะถือได้ว่ามีความพร้อมที่จะไปทำบุญจริงๆ
ข้อมูล: วัดร่ำเปิง
ปัจจุบันนี้การเข้าวัดของชาวพุทธดูจะเป็นไปด้วยความผิดวัตถุประสงค์ เพราะมีบุคคลบางกลุ่มที่เข้าวัดแล้วทำกริยาอาการที่ไม่เหมาะสม เหมือนดังว่าวัดเป็นสถานบันเทิง หรือแหล่งท่องเที่ยว(ดูจากการแต่งกาย)ดังนั้นหากผู้ใดคิดจะไปทำบุญตักบาตรในวัดหรือนอกวัดก็ตามที ควรจะสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ที่มิดชิดปิดหลวมๆให้ดูสะอาดหูสะอาดตากันหน่อย มิฉะนั้นจะกลับกลายเป็นได้บาปแทนที่จะได้รับกุศลผลบุญ การเข้าวัดดูจะเป็นทางเลือกสุดท้ายหรือไม่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว จึงจะทำให้คนนั้นมาเข้าวัดตักบาตรทำบุญกันได้ เพราะว่าจากการที่ได้สังเกตและสอบถามก็ได้ทราบว่าหลายๆคนที่เข้ามาวัดนั้นก็ด้วยความทุกข์กายทุกข์ใจทั้งนั้นที่พัดเข้ามาสู่ในวัดได้ แต่ก็ยังมีบุคคลอีกกลุ่มที่จะเข้าวัดปฏิบัติธรรมกันเป็นประจำ ไม่ว่าเขาจะอยู่ในอารมณ์ไหนๆบุคคลเหล่านี้ก็จะปฏิบัติธรรมกันตลอดอยู่แล้ว
การฟังธรรมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของชาวพุทธ ที่จะกระทำกันในวันสำคัญต่างๆของพระพุทธศาสนาและยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่มีความรู้จริงในเรื่องของการฟังธรรม และหลายคนก็คิดว่าการเข้าไปนั่งในศาลาปฏิบัติธรรม แล้วก็ใช้หูทั้งสองข้างฟังพระท่านพูดนี่ก็คือการฟังธรรม และก็คิดต่อไปอีกว่านี่แหละเป็นบุญ เพราะว่าได้มาฟังพระท่านพูดแล้ว เช่นนี้เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง เพราะในบางครั้งการเข้าวัดหากว่าเราเข้าไปแล้วทำกริยาอาการที่ไม่สำรวมเช่นนี้ก็อาจจะกลับกลายให้บุญกลายเป็นบาปไปได้ ฉะนั้นเช่นเดียวกับการฟังธรรม ถ้าหากเราฟังด้วยการสำรวมกายวาจาใจ และตั้งใจฟังพระธรรมเทศนาจนพระท่านสอนจบก็ยังพอจะถือว่าได้บุญอยู่บ้าง แต่ถ้าหากในขณะที่พระท่านเทศน์สอนอยู่นั้นเราก็มิได้ตั้งใจที่จะฟัง มิได้ตั้งใจไปวัดเลยแม้แต่น้อยจิตวิญญาณก็ไม่ได้เอาไป แต่ไปก็เพราะเพื่อนนั้นชวนไปก็เลยจำต้องไปเพราะไม่อยากขัดใจเพื่อน คือไปเฉยๆไม่ได้อยากไปนั่งฟังธรรม ไปถึงวัดก็คอยนั่งดูแต่เวลาว่าเมื่อไหร่พระท่านจะเทศน์จบจะได้กลับเสียที และระหว่างนั่งรอให้พระท่านเทศน์จบตนก็คุยแข่งอยู่ตลอดเวลา แบบนี้บุญย่อมจะไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน อีกทั้งยังจะเป็นการเสียเวลาเปล่าในการเข้าวัดครั้งนั้นและยังจะได้ของแถมเป็นบาปอีกติดตัวไปอีกด้วย ฉะนั้นหากไม่มีจิตใจที่อยากไปวัดก็อย่าฝืนไปเลยดีกว่าเอาไว้พร้อมแล้วค่อยไป แต่ถึงอย่างไรก็ตามหากเป็นเหมือนคนประเภทแรกที่มีความตั้งจิตตั้งใจฟังจนสามารถจดจำได้ทุกรายระเอียดทุกคำพูดที่พระท่านเทศน์สอนมาแต่ก็มิได้นำไปปฏิบัติมิได้นำไปประพฤติตามบุญก็ย่อมมิส่งเพราะทุกเหตุทุกปัจจัยย่อมเกิดจากกรรมทั้งนั้น ฉะนั้นถ้าเราได้แต่สดับรับฟังแต่เรานั้นไม่ปฏิบัติตามก็ย่อมจะไม่เกิดผลใดๆตามาไม่ว่าดีหรือเลว แต่จะได้รับความสุขชั่วคราวที่ทำให้ใจชุ่มชื่นเบิกบาน ในขณะที่ได้มานั่งฟังพระธรรมเทศนา
ฉะนั้นกลุ่มของข้าพเจ้าจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกๆคนจะได้ทำความเข้าใจที่ถูกต้องในการเข้าวัดฟังพระธรรมเทศนากันเสียใหม่ ว่าฟังอย่างไรจึงจะถูกต้อง ฟังพระธรรมอย่างไรจึงจะได้บุญ มิใช่ฟังให้เสียเวลาเปล่า และก็มิใช่ฟังเพื่อให้เกิดบาป ปัจจุบันนี้เราจะเห็นวัยรุ่นหนุ่มสาวเข้าวัดกันมากขึ้น อาจเป็นเพราะดัชนีความสุขของวัยรุ่นลดลงหรือเปล่าข้าพเจ้าก็มิแน่ใจ แต่ที่แน่ๆก็คือวัยรุ่นเหล่านี้ไม่ไปทำความเดือดร้อนให้ใครแน่นอน การฟังธรรมนั้นมีหลายแบบหลายอย่างและก็หลายโอกาสด้วยกัน เช่นการฟังธรรมในพิธีศพของชาวพุทธ การฟังธรรมในวัดในวันสำคัญต่างๆของศาสนาพุทธ ไม่ว่าจะเป็นการฟังธรรมในวาระใดก็มิได้มีความแตกต่างกันมากนัก ในเรื่องของบุญน้อยหรือบุญมากหรือบาปน้อยหรือบาปมาก สิ่งเหล่านี้จะเหมือนกันหมด ขึ้นอยู่กับตัวเรานั้นเองที่จะได้รับบุญหรือบาปมากน้อยเพียงใด บางคนฟังธรรมแล้วรู้สึกดีบางคนฟังธรรมแล้วรู้สึกผ่อนคลายการตึงเครียดได้ แต่บางคนฟังธรรมแล้วแต่ไม่รู้สึกอะไร และคนประเภทสุดท้ายฟังธรรมแล้วรู้สึกแย่ เพราะคนแต่ละคนมีความคิดที่แตกต่างกันออกไป เหตุที่บุคคลฟังธรรมแล้วรู้สึกดีก็เพราะว่าบุคคลผู้นั้นมีจิตศรัทธาทั้งในพระพุทธศาสนาและในตัวของพระผู้ที่ทำการเทศน์สอน และเหตุที่บุคคลผู้นั้นฟังธรรมแล้วรู้สึกเฉยก็เพราะเรื่องที่เทศน์อาจจะดูไกลตัวหรือเป็นเรื่องที่บุคคลผู้นั้นไม่ให้การสนใจเป็นต้น
ส่วนบุคคลประเภทสุดท้ายนั้นตัวของบุคคลนั้นอาจจะมีอคติต่อทั้งในพระพุทธศาสนาและในตัวของผู้ที่ทำการเทศน์สอนเหล่านี้เป็นต้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามที การฟังธรรมล้วนเป็นประโยชน์ต่อเราทั้งสิ้นไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ก็ตามแต่เราสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงอย่างมีความสุขตามแต่ว่าบุคคลจะนำไปปฏิบัติตามหรือไม่
สุดท้ายกลุ่มของข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อท่านใดได้อ่านรายงานเล่มนี้แล้ว จะเข้าวัดฟังพระธรรมเทศนาให้เกิดประโยชน์และความสุขสูงสุดในชีวิต และจะได้ทราบระดับของบุญหรือบาปที่ตนจะได้รับ และที่สำคัญอีกอย่างหวังว่าทุกท่านจะเข้าวัดด้วยอาการกริยามารยาทที่เหมาะสมสำรวม ทั้งกายวาจาและจิตใจที่มีแต่ความสุขสงบ การแต่งกายก็ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากการเข้าวัดควรแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย ใส่เสื้อผ้าที่มิดชิดเหมาะสมกับสถานที่เช่นนี้จึงจะถือได้ว่ามีความพร้อมที่จะไปทำบุญจริงๆ
ข้อมูล: วัดร่ำเปิง
วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ใบงานที่ ๔
๑. ให้แต่ละกลุ่มไปวัดในวันอาสาฬหบูชา หรือวันเข้าพรรษา เขียนรายงานมา ๒ หน้า post ใน blog และมารายงานหน้าชั้น พร้อมกับมีรูปถ่ายมานำเสนอด้วย ใช้เวลานำเสนอกลุ่มละ ๕ นาที หัวข้อรายงานแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน กำหนดให้แล้วในห้องเรียน คะแนนที่ได้จะเอาไปซ่อมคะแนนกลุ่มที่ขาดหายไป หรือได้น้อย
๒. อังคารที่ ๑๔ ก.ค. มีกลุ่มมานำเสนอหน้าชั้น ๒ กลุ่ม (เสนอบทที่ ๔ และ บทที่ ๕) และมีกลุ่มวิจารณ์อีก ๒ กลุ่ม
กลุ่ม ๑ วิจารณ์การนำเสนอบทที่ ๔
กลุ่ม ๒ นำเสนอบทที่ ๕
กลุ่มที่ ๓ วิจารณ์การนำเสนอบทที่ ๕
กลุ่มที่ ๑๔ นำเสนอบทที่ ๔
๓.ให้แต่ละกลุ่ม post ความคิดเห็นจากการอ่านบทที่ ๔ และ ๕ ภายใน ๔ โมงเย็นวันเสาร์ก่อนเรียน
๔.ผู้ที่ไม่พอใจคะแนนรายงานพิพิธภัณฑ์ให้ทำรายงานมาใหม่ ๕ หน้า เลือกหนึ่งหัวข้อต่อไปนี้
สนธิสัญญาเบาริ่ง, การเปลี่ยนแปลงการปกครองสมัยรัชกาลที่ ๕, เชียงใหม่วันนี้, วัยรุ่นไทยกับวัฒนธรรมเกาหลี, คำเมือง, ประชาธิปไตยไทย, ชาตินิยม, ประตูช้างเผือก, อาณาจักรล้านนา, ชนชั้นนำในสังคมไทย
ในรายงานมี ๒ สัดส่วนพอ ๆ กัน (ข้อมูล ข้อเท็จจริง + ความคิดเห็นในการวิเคราะห์ของนักศึกษา) รายงานที่จะได้คะแนนมากคือรายงานที่ไม่เหมือนของคนอื่น มีข้อมูลที่น่าสนใจ มีแหล่งอ้างอิง (จากข่าว บทความ บทสัมภาษณ์ ฯลฯ) และมีความคิดเห็นในการวิเคราะห์วิจารณ์ที่น่าสนใจ เป็นตัวของตัวเอง
เกณฑ์การให้คะแนน
๑. ส่งงาน
๒. หน้าตาของรายงานที่แสดงความตั้งใจในการทำงาน - ความเรียบร้อย ไม่ต้องปกหรู
๓.เขียนงานดี ไม่วกวน น่าอ่าน
๔.มีข้อมูลอ้างอิง
๕.มีการวิเคราะห์ที่น่าสนใจ
๒. อังคารที่ ๑๔ ก.ค. มีกลุ่มมานำเสนอหน้าชั้น ๒ กลุ่ม (เสนอบทที่ ๔ และ บทที่ ๕) และมีกลุ่มวิจารณ์อีก ๒ กลุ่ม
กลุ่ม ๑ วิจารณ์การนำเสนอบทที่ ๔
กลุ่ม ๒ นำเสนอบทที่ ๕
กลุ่มที่ ๓ วิจารณ์การนำเสนอบทที่ ๕
กลุ่มที่ ๑๔ นำเสนอบทที่ ๔
๓.ให้แต่ละกลุ่ม post ความคิดเห็นจากการอ่านบทที่ ๔ และ ๕ ภายใน ๔ โมงเย็นวันเสาร์ก่อนเรียน
๔.ผู้ที่ไม่พอใจคะแนนรายงานพิพิธภัณฑ์ให้ทำรายงานมาใหม่ ๕ หน้า เลือกหนึ่งหัวข้อต่อไปนี้
สนธิสัญญาเบาริ่ง, การเปลี่ยนแปลงการปกครองสมัยรัชกาลที่ ๕, เชียงใหม่วันนี้, วัยรุ่นไทยกับวัฒนธรรมเกาหลี, คำเมือง, ประชาธิปไตยไทย, ชาตินิยม, ประตูช้างเผือก, อาณาจักรล้านนา, ชนชั้นนำในสังคมไทย
ในรายงานมี ๒ สัดส่วนพอ ๆ กัน (ข้อมูล ข้อเท็จจริง + ความคิดเห็นในการวิเคราะห์ของนักศึกษา) รายงานที่จะได้คะแนนมากคือรายงานที่ไม่เหมือนของคนอื่น มีข้อมูลที่น่าสนใจ มีแหล่งอ้างอิง (จากข่าว บทความ บทสัมภาษณ์ ฯลฯ) และมีความคิดเห็นในการวิเคราะห์วิจารณ์ที่น่าสนใจ เป็นตัวของตัวเอง
เกณฑ์การให้คะแนน
๑. ส่งงาน
๒. หน้าตาของรายงานที่แสดงความตั้งใจในการทำงาน - ความเรียบร้อย ไม่ต้องปกหรู
๓.เขียนงานดี ไม่วกวน น่าอ่าน
๔.มีข้อมูลอ้างอิง
๕.มีการวิเคราะห์ที่น่าสนใจ
วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552
ความคิดเห็นจากการอ่านบทที่ ๒ และเอกสารอ่านเพิ่มเติม
post ความคิดเห็นจากการอ่านบทที่ ๒ และเอกสารอ่านเพิ่มเติมท้ายกระทู้นี้ ภายใน ๔ โมงเย็นวันเสาร์นี้
ใบงานที่ ๓ วันที่ ๒๓ มิ.ย.๕๒
๑.อ่านเนื้อหาบทที่ ๒ และเอกสารอ่านเพิ่มเติม (ความเข้าใจสังคมไทยในมุมมองของสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา โดย อานันท์ กาญจนพันธุ์) แล้ว post ความคิดเห็นใน blog ภายใน ๔ โมงเย็นวันเสาร์นี้
๒. สี่กลุ่มเตรียมนำเสนอในหัองเรียนสัปดาห์หน้า
กลุ่ม ๗ นำเสนอบทที่ ๒
กลุ่ม ๑๓ วิจารณ์
กลุ่ม ๑๒ นำเสนอเอกสารอ่านเพิ่มเติม
กลุ่ม ๑๐ วิจารณ์
๓.ทุกกลุ่มเตรียมมาโต้วาทีในห้องเรียน หัวข้อ “สังคมชนบทกับสังคมเมือง แบบไหนดีกว่ากัน”
กลุ่มเลขคี่ เตรียมข้อมูลสนับสนุน สังคมชนบท
กลุ่มเลขคู่ เตรียมข้อมูลสนับสนุน สังคมเมือง
๔.กลุ่มที่ได้คะแนนน้อย คะแนนติดลบ หรือไม่ได้ post ไม่ต้องส่งงานย้อนหลัง ถ้าต้องการแก้คะแนน จะให้ทำรายงานกลุ่มมาส่ง (อาจารย์กำลังคิดหัวข้อ จะแจ้งภายหลังค่ะ)
๒. สี่กลุ่มเตรียมนำเสนอในหัองเรียนสัปดาห์หน้า
กลุ่ม ๗ นำเสนอบทที่ ๒
กลุ่ม ๑๓ วิจารณ์
กลุ่ม ๑๒ นำเสนอเอกสารอ่านเพิ่มเติม
กลุ่ม ๑๐ วิจารณ์
๓.ทุกกลุ่มเตรียมมาโต้วาทีในห้องเรียน หัวข้อ “สังคมชนบทกับสังคมเมือง แบบไหนดีกว่ากัน”
กลุ่มเลขคี่ เตรียมข้อมูลสนับสนุน สังคมชนบท
กลุ่มเลขคู่ เตรียมข้อมูลสนับสนุน สังคมเมือง
๔.กลุ่มที่ได้คะแนนน้อย คะแนนติดลบ หรือไม่ได้ post ไม่ต้องส่งงานย้อนหลัง ถ้าต้องการแก้คะแนน จะให้ทำรายงานกลุ่มมาส่ง (อาจารย์กำลังคิดหัวข้อ จะแจ้งภายหลังค่ะ)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)