วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ความคิดเห็นจากการอ่านบทที่ ๒ และเอกสารอ่านเพิ่มเติม

post ความคิดเห็นจากการอ่านบทที่ ๒ และเอกสารอ่านเพิ่มเติมท้ายกระทู้นี้ ภายใน ๔ โมงเย็นวันเสาร์นี้

15 ความคิดเห็น:

  1. กลุ่ม 7 แสดงความคิดเห็นบทที่ 2
    จากที่ได้อ่านบทที่ 2 ทำให้กลุ่มข้าพเจ้ามีความเห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่โชคดี มีอาณาเขตติดต่อกับลุ่มแม่น้ำและดินแดนของประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบหลายประเทศ ทำให้เกิดความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับหลายประเทศในภูมิภาค นอกจากนี้พื้นที่ในประเทศไทยมีอุณหภูมิที่ดี เหมาะแก่กันเพราะปลูก ทำเกษตร อันจะทำให้ประชาชนทีกินมีใช้ มีรายได้มาจุนเจือในครอบครัว
    กลุ่มข้าพเจ้าคิดว่าทั้งสังคมชนบทและสังคมเมืองมีทั้งส่วนดีและส่วนเสีย ความแตกต่างของสังคมเมืองและชนบทเห็นได้ชัด สังคมเมืองนั้นคนส่วนใหญ่ถือเอาเงินทองเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการดำเนินชีวิตการงานหรือบริการต่างๆ ถึงแม้จะเล็กๆน้อยๆก็ต้องมีเงินเป็นค่าตอบแทน หรือไม่ก็ต้องการเกียรติยศ อำนาจ ชื่อเสียง เพื่อเสริมบารมี ส่วนด้านดีก็จะเน้นไปที่การศึกษา มีความรู้ ทักษะในงานอาชีพหรือมีความชำนาญแต่ละอย่างเป็นพิเศษ ในขณะที่ชาวชนบทมีความผูกพันกับพื้นดิน คนเดียวได้มีโอกาสเรียนรู้และทำได้หลายสิ่งอย่าง แต่ไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่กลุ่มข้าพเจ้าชอบความเป็นชนบทมากกว่า เพราะมีจิตใจดี ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมไม่ใส่หน้ากากเข้าหากัน มีความร่วมมือร่วมใจกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และรักใคร่ปรองดองกัน
    ดังนั้นกลุ่มข้าพเจ้าคิดว่า ควรยึดหลักการปฏิบัติแบบชาวชนบท มีจิตใจที่ดีงาม ในขณะเดียวกันก็ต้องเรียนรู้กับสังคมที่เปลี่ยนแปลง ต้องศึกษาเพื่อพัฒนาสติปัญญา และสามารถปรับตัวได้กับทุกสถานการณ์


    กลุ่ม 7 แสดงความคิดเห็นในหัวข้อ ความเข้าใจสังคมไทยในมุมมองของสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
    กลุ่มข้าพเจ้าเห็นว่า แนวความคิดต่างๆทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาจากอ่านจากชีสทั้งหมดนั้น คิดว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งเป็นเพียงความพยายามในทางวิชาการที่สร้างเครื่องมือทางความคิดขึ้นมา แสดงถึงความพยายามในการเห็นลักษณะเด่นพิเศษและภาพด้านดีของสังคมไทย ในแง่ที่มีลักษณะยึดหยุ่นต่างๆเพื่อชี้ว่าสังคมไทยไม่ปิดกั้นกลุ่มชนให้ตกอยู่ในสภาพเดิมจนนำไปสู่การขัดแย้ง ส่วนการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่ยังคงติดอยู่ที่รูปแบบมากกว่าเนื้อหาของการพัฒนาและเห็นว่าสาเหตุสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเข้าสู่ระบบทุนนิยมของไทย น่าจะอยู่ที่ระบบราชการมากกว่า เพราะมีระบบราชการขนาดใหญ่และเต็มไปด้วยปัญหาต่างๆมากมาย นอกจากนี้ยังมีอิทธิพลครอบงำสังคมไทยทั้งหมด จนแทบไม่มีเหลือช่องว่างมากนักสำหรับกลุ่มชนอื่นในสังคม
    ดังนั้นหวังว่ารัฐจะไม่พยายามพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นทุนนิยมมากขึ้น เพราะมันจะช่วยให้ระบบตลาดทุนนิยมขยายตัวมากขึ้นเป็นผลดีต่อกลุ่มนายทุนและชนชั้นกลาง แต่จะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในชนบท การที่รัฐหรือนายทุนเข้าไปแทรกแซงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวชนบท จะทำให้ชาวบ้านบางส่วนต้องมีหนี้สินล้นพ้นตัวและสูญเสียที่ทำมาหากิน
    กลุ่มข้าพเจ้าเห็นว่ารัฐจะต้องมีส่วนในการอนุรักษ์ ทรัพยากร วัฒนธรรม กฎหมายกับจารีตประเพณีของท้องถิ่น ไม่ใช่ขยายอำนาจออกไปในพื้นที่ชนบท ให้นายทุนเข้ามาแทรกแซง

    ตอบลบ
  2. วิถีไทย5กลุ่ม1126 มิถุนายน 2552 เวลา 20:06

    กลุ่มที่11
    จากการที่กลุ่มของเราได้อ่านบทที่2 ทำให้ได้รู้ถึงวัฒนธรรมของประเทศไทยซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีนและประเทศอินเดียซึ่งเป็นประเทศที่สำคัญในเอเซียทั้งในด้านประวัติศาสตร์วัฒนธรรมการเมืองเนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่บนเส้นทางการค้ามีการติดต่อทั้งทางบกและทางทะเลระหว่างจีนและอินเดียจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ไทยได้รับอิทธิพลในด้านวัฒนธรรมและการเมืองมาเป็นเวลานาน ลักษณะภูมิประเทศของไทยถือว่าได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ตามดูกาลมากกว่าภูมิภาคอื่นจึงทำให้มีทั้งฤดูฝน ฤดูหนาวและฤดูร้อน พวกเรามีความคิดเห็นตรงกันว่าอาชีพหรือสังคมส่วนใหญ่ถ้าอยู่ตามชนบทจะเป็นสังคมของเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่มีการเพาะปลูก ทำไร่ทำนา เลี้ยงสัตว์ตามวิถีชีวิตทั่วไปไม่มีความวุ่นวายเหมือนกับสังคมในเมืองจึงทำให้มีการแบ่งชุมชนออกเป็น4ชนิดคือ
    1. แบ่งตามขนาดของชุมชน ได้แก่ หมู่บ้าน ตำบล
    2. แบ่งตามฐานะทางเศรษฐกิจ ได้แก่ เมืองอุตสาหกรรม
    3. แบ่งตามความสัมพันธ์กับหน่วยงาน ได้แก่ เทศบาล จังหวัด
    4. แบ่งตามลัษณะพิเศษของชุมชน ได้แก่ ชาวเขา
    แต่เมื่อพิจารณาจากการดำรงชีวิตของเราเมื่อเราสังเกตจะเห็นได้ว่าชาวชนบทส่วนใหญ่จะมีน้ำใจแบ่งปันมีการสร้างความสัมพันธ์กันในครอบครัว บ้านใกล้เรือนเคียงช่วยเหลือกันมีการติดต่อและทักทายอย่างเป็นกันเอง จึงทำให้เราเห็นถึงความแตกต่างของสังคมชนบทกับสังคมในเมืองอย่างสิ้นเชิง ดังที่ได้กล่าวมาสังคมชนบทมีความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ยึดมั่นอยุ่กับประเพณีอันดีงามที่สืบทอดต่อกันมาแต่สังคมเมืองมีความผูกพันธ์ในครอบครัวน้อยเพราะต่างคนก็ต้องมีภาระหน้าที่เป็นของตนเองต้องมีการปรับตัวใหห้เข้ากับสภาพสังคมอยู่ตลอดเวลามีค่านิยมที่ทันสมัยเลียนแบบชาวต่างชาติ แต่ถึงอย่าไรก็ตามเมื่อประเทศมีการพัฒนาอยู่เสมอและประกอบกับมีการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างจึงทำให้ชาวชนบทต้องปรับตัวให้เข้ากันได้ในทุกสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเช่นปัจจจุบันมีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต มีระบบการศึกษา และการคมนาคมการสื่อสารในชนบทเพื่อสร้างความสะดวกสบายให้แก่ชาวชนบทมากขึ้น.

    ตอบลบ
  3. กลุ่มที่ 13

    จากการที่กลุ่มของข้าพเจ้าได้ไปอ่านทำความศึกษาเกี่ยวกับบทที่ 2 เรื่องสภาพสังคมไทย กลุ่มของข้าพเจ้ามีความคิดเห็นดังนี้ คือ ประเทศของเรามีฐานที่ตั้งที่ดีมาก คืออยุ่ในคาบสมุทรอินโดจีน มีเส้นทางคมนาคมที่สะดวกที่จะติดต่อกับต่างประเทศ มีน่านน้ำที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบหลายประเทศ จึงมีผลต่อสภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง และที่สำคัญคือทำให้ประเทศของเราได้รับอิทธิพลในเรื่องวัฒนธรรมจากประเทศจีนและประเทศอินเดีย อีกทั้งประเทศของเรายังมีสภาพภูมิอากาศที่ดี เหมาะสมแก่การเพาะปลูก ทำเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ ทำสวน ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทย
    กลุ่มของข้าพเจ้าคิดว่าในทุกๆสังคมไม่ว่าจะเป็นสังคมเมือง หรือว่าสังคมชนบท มีสิ่งที่เหมือนกันคือสมาชิกในครอบครัวทุกๆครอบครัวมีความรักใคร่ กลมเกลียวกัน และทุกครอบครัวมีความเมตตากรุณา ความกตัญญู ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตของคนทุกคน ถ้าคนใดไม่มีความเมตตากรุณา ความกตัญญู ก็คงจะไม่ประสบความสำเร็จในการดำรงชีวิต แต่ที่ในสภาพสังเมืองและสังคมชนบท จะแตกต่างกันคือ สภาพการดำรงชีวิต เพราะว่าในสังคมเมืองมีการแข่งขันที่มากกว่าสังคมชนบท ในสังคมเมืองทุกคน ต้องการเอาตัวรอด ต้องการที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ครอบครัว รวมทั้งการศึกษา แต่ในสังคมชนบทนั้น ก็อาจจะมีการแข่งขัน แต่ย่อมน้อยกว่าในสังคมเมือง ทุกคนใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ พึ่งพาธรรมชาติ ใช้ชีวิตอยู่อย่างพอเพียง มีเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น นั่นคือความแตกต่างระหว่าง 2 สังคม

    ตอบลบ
  4. กลุ่ม 1 นิติศาสตร์
    จากบทที่2 นั้น ยังคงเป็นการทบทวนความรู้เดิมที่เคยผ่านหูผ่านตาในอดีต
    คือกล่าวถึงลักษณะของวัฒนธรรมได้รับอิทธิพลจากชาติไหน
    ลักษณะภูมิประเทศ ประเทศเพื่อนบ้าน การคมนาคม ลักษณะของเศรษฐกิจ
    การเกษตรที่ได้ผลดีเพราะเป็นเมืองเขตร้อน การกล่าวถึงสังคม
    ระหว่างสังคมเมืองกับสังคมชนบท(บ้านนอก กับ ในเมือง)ซึ่งจะมีความสอดคล้อง
    กับบทความ ซึ่งจะกล่าวในอีกซักครู่ .... จากที่ได้อ่านของเพื่อนๆร่วมห้อง
    ก็จะไม่ขอแสดงความคิดเห็นอีก เพราะต้องโต้วาทีกันอยู่แล้วแต่สิ่งนึง ที่อยากจะบอก
    ก็คือ ความมีน้ำใจซึ่ง ถ้าทุกคนมีได้ไม่ว่าจะอยู่ไหนก็
    จะพบกับความสุขที่แท้จริง (ไปฟังเทศน์มาจึงขออนุญาติใช้เลย)
    ไม่ว่าจะพัฒนาประเทศไปแค่ไหนแต่ วัฒนธรรมประจำใจอย่าได้ลืมเลือน





    ส่วนเรื่องบทความขอบอกเลยว่าได้อาสาเขียนเองไม่มีใครเกี่ยวข้องซึ่งบอกตรงๆเลยว่า
    อ่านไม่รู้เรื่องแต่พอจะสรุปในทางของตัวเองได้ว่า ได้กล่าวถึงความพยายามในการ
    สร้าง "เครื่องมือทางความคิด" ที่มีมานานกว่า50ปี ที่สาขาวิชา สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
    ได้ก่อเกิดขึ้น ผู้จุดประกายเป็นนักวิชาการชาวอเมริกัน (ชื่ออะไรจำไม่ได้) ได้พยายามวิเคราะห์
    เชิงเปรียบเทียบกับ สังคมญี่ปุ่นที่มีความเข้มแข็งจึงเรียกสังคมไทยเป็น "สังคมแบบหลวม"เนื่องจาก
    การพัฒนานั้นไวมากจึงไม่ค่อยพบปะหรือทำกิจกรรมร่วมกัน และต่างคนต่างคิดถึงแต่ตัวเองมากขึ้น
    หลังจากนั้นต่อมาก็มีนักวิชาการต่างๆทั่วโลกหันมา สังเคราะห์โครงสร้างสังคมไทยมากขึ้น
    ทำให้อธิบายได้ละเอียดขึ้นและนั่นเองที่พอได้อ่านก็ง่วงนอน+ไม่รู้เรื่องจึงขอจบการแสดงความคิดเห็นก่อน
    ผิดพลาดมากแค่ไหนประการใดขออภัย(อโหสิ) มานะที่นี้ด้วย จากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

    ตอบลบ
  5. กลุ่มที่ 9

    จากการที่ได้ไปอ่านเนื้อหาในบทที่ 2 กลุ่มของข้าพเจ้ามีความสนใจเนื้อหาใบบทนี้ โดยคิดว่าประเทศไทยของเราโชคดีที่มีภูมิประเทศที่เหมาะสม ซึ่งทำให้ประเทศไทยมีหลากหลายฤดูกาล จึงเป็นผลดีให้คนไทยทุกคนมีพืชผักผลไม้กินตลอดทั้งปี นอกจากนี้แล้วเรายังเห็นได้ว่าประเทศไทยนั้นยังมีความหลากหลายทางสังคมและที่เห็นได้ชัดๆก็ คือสังคมเมืองกับสังคมชนบท ซึ่งได้เปรียบเทียบระหว่างสังคมเมืองกับสังคมชนบทได้อย่างน่าสนใจ และกลุ่มของข้าพเจ้าคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นสังคมเมืองหรือชนบท ต่างมีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันไป สังคมเมืองก็จะมีความเจริญทางด้านเทคโนโลยี การศึกษา การแพทย์ และความสะดวกสบาย แต่ก็จะส่งผลเสียให้เกิดมลภาวะที่เป็นพิษต่างๆ และเกิดความเห็นแก่ตัว แข่งขันและแก่งแย่งชิงดีกันของคนในสังคมเมือง ส่วนในสังคมชนบทนั้น กลุ่มข้าพเจ้าคิดว่า ในสมัยก่อนสังคมชนบทเป็นสังคมแบบเครือญาติที่พึ่งพาอาศัยกัน มีความรักใคร่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ใช้ชีวิตแบบพอเพียงไม่มีการแข่งขัน เชื่อในวัฒนธรรมประเพณี และเป็นสังคมที่อยู่ธรรมชาติ แต่ก็จะไม่มีความเจริญในด้านต่างๆเทียบเท่าสังคมเมือง และยังคงมีความคิดในแบบเดิมๆเชื่อในแบบเดิมๆ แต่พอมาถึงยุคปัจจุบันสังคมเริ่มเปลี่ยนแปลงไป โดยที่เห็นได้ชัดก็คือ วัตถุนิยมเริ่มเข้ามาเป็นที่นิยมของคนในสังคมชนบท วัฒนธรรมบางอย่างเริ่มเลือนหายไป บางคนก็เคลื่อนย้ายไปอยู่ในสังคมเมือง จนทำให้ทุกวันนี้บางที่เกือบจะไม่มีกลิ่นไอของชนบทหลงเหลืออยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายที่วัฒนธรรมประเพณีและสิ่งที่ดีงามทั้งหลายจะสูณหายไปในสังคมไทย และกลุ่มของข้าพเจ้าคิดว่า ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในสังคมเมืองหรือสังคมชนบทควรที่จะช่วยกันอนุรักษ์รักษาสิ่งที่ดีงามที่อยู่คู่สังคมไทยมาช้านานให้ดำรงอยู่สืบไป

    ตอบลบ
  6. กลุ่มที่ 5
    จากการที่ได้อ่านเนื้อหาบทที่ 2
    สังคมเป็นสังคมเกษตรกรรมสภาพทั่วไปของสังคมไทยส่วนใหญ่เป็นสังคมชนบทและมีชุมชนเมืองบ้างเป็นบางส่วนลักษณะทั่วไปในสัวคมไทยมักจะเป็นสังคมชนบทซึ่งจะมีความสัมพันธ์กัน มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันส่วนสังคมเมืองมักจะมีความผูกพันธ์กันน้อยมากเพราะคนส่วนใหญ่จะนิยมออกไปหาอาชีพนอกบ้าน จึงทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวมีน้อยลงอย่างที่เราทราบกันว่าสังคมไทยชนบทส่วนใหญ่จะอยู่กับธรรมชาติมากกว่าวัตถุนิยม ส่วนสังคมเมืองมักจะนิยมอยู่แบบตามลำพังและมักจะทำงานอยู่ในที่ทำงานมากกว่าอยู่กับธรรมชาติ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชนบทมักจะอยู่แบบกระจักกระจายกันไปเนื่องจากการทำงานเช่น การทำงานเกษตรกรรม เป็นต้น จะเห็นว่าชาวชนบทมักจะห่างไกลจากวัตถุนิยมต่างๆแตกต่างกับสังคมเมืองซึ่งต้องใช้วัตถุนิยมเพื่อความสะดวกสบายของตนเองแม้ว่าชาวชนบทและคนในสังคมเมืองจะมีความแตกต่างกันไปไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม ศาสนา และความเป็นอยู่อาศัยเพราะการพัฒนาสังคมมีมากขึ้นแต่สิ่งที่ชาวชนบทและชาวในสังคมเมืองยังคงดีอยู่คือ ความมีน้ำใจเพราะคนไทยทุกคนล้วนแต่เป็นคนมีน้ำใจแม้ว่าจะอยู่ในสังคมใดวิถีชีวิตความเป็นไทยและความมีน้ำใจของคนไทยก็ยังมีให้เห็นอยู่เสมอ

    ตอบลบ
  7. กลุ่มที่ 5
    จาการที่อ่านเอกสารเพิ่มเติม
    สังคมไทยในมุมมองของนักสังคมวิทยาและนักมนุษย์วิทยาได้ให้ความคิดเห็นเรื่องสังคมไทยไว้อย่างมากมายโดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนของสังคมไทยและโครงสร้างของสังคมไทย สังคมไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมากจากวิถีชีวิตแบบความเป็นไทยอย่างแท้จริงปรับเปลี่ยนมาสู่วิถีชีวิตความเป็นไทยแบบผสมกับวัฒธรรมของชาติตะวันตกความเปลี่ยนแปลงทางสังคมก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกันไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางด้านการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของคนในสังคมการแย่งชิงทรัพยากรเป็นต้นและที่เห็นได้ชัดที่สุดในปัจจุบันคือความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังหาข้อยุติไม่ได้เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจของประเทศไทยอยู่ในขั้นวิกฤตจึงทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นส่วนสังคมของคนในชุมชนมักอยู่รวมกันและมีการพึ่งพาอาศัยกันมากกว่าผู้คนในสังคมเมือง
    สังคมไทยไม่ว่าในอดีตหรือปัจจุบันล้วนแต่คงความเป็นไทยไว้ได้เสมอแม้ปัจจุบันสังคมไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมากแล้วเนื่องจากมีการพัฒนาเพื่อสู่ความทันสมัยให้มากขึ้นแต่ความเป็นสังคมไทยก็ยังคงอยู่ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ประเพณีที่ยังคงไว้ เป็นต้น แม้ว่าวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคมไทยได้มีการนำเอาวัฒนธรรมของชาติตะวันตกมาผสมผสานในชีวิตประจำวันมากขึ้นแต่ความเป็นสังคมไทยนั้นก็ยังคงอยู่ไม่ได้จางหายไปจากชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยเลย

    ตอบลบ
  8. กลุ่มที่ 6
    แสดงความคิดเห็นบทที่2

    การตั้งถิ่นฐานของประเทศไทยนั้นมีอิทธิพลต่อสภาพทางเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรมและการเมือง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะการที่ประเทศไทยมีความเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบันนี้ต้องอาศัยสิ่งต่างๆทั้งการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างชาติ การค้าขาย ซึ่งส่งผลทำให้สังคมไทยมีทั้งสังคมชนบท และสังคมเมือง ซึ่งกลุ่มข้าพเจ้าคิดว่า สังคมชนบทในประเทศไทยนั้นมีอยู่เป็นจำนวนมากและบางแห่งก็ไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงทั้งในเรื่องของการศึกษา สาธารณสุข ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของสังคมชนบทมีความลำบาก ถึงแม้ว่าสภาพแวดล้อมจะมีความอุดมสมบูรณ์แต่ผู้คนในชนบทก็ไม่พอใจในสิ่งที่เป็นอยู่จึงเข้ามาหางานทำในตัวเมืองเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เกิดเป็นสังคมเมือง มีความแออัด เกิดการแข่งขันกันในการประกอบอาชีพและถึงแม้จะเกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ดีขึ้นแต่สภาพความเป็นอยู่ก็ไม่แตกต่างจากเดิม เพราะสังคมเมืองมีที่อยู่อาศัยไม่เพื่ยงพอกับจำนวนของประชากร และก่อให้เกิดมิจฉาชีพขึ้นได แต่ในปัจจุบันเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม มีการขยายตัวจากสังคมเมืองเข้ามาในสังคมชนบทมากขึ้น มีการปรับปรุงทางด้านการศึกษา การคมนาคม การสื่อสาร การประกอบอาชีพการส่งเสริมรายได้ให้มีความเท่าเทียมกับสังคมเมือง จึงทำให้สังคมชนบทมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น และประชาชนมีความพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่

    แสดงความคิดเห็นบทความ เรื่องความเข้าใจสังคมไทยในมุมมองของสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา
    จะเห็นได้ว่าสังคมไทยในยุคปัจจุบันมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องซึ่งรับแนวคิดวัฒนธรรมมาจากชาติตะวันตกมีอิทธิพลอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวัฒนธรรม การกินอยู่ การแต่งกายรวมถึงภาษาด้วยมีนักวิชาการหลายท่านได้ให้แนวคิดเกี่ยวกับสังคมไทยไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการปกครองที่สังคมไทยเป็นสังคมที่มีโครงสร้างแบบหลวมๆ สังคมที่ทันสมัยแต่ไม่พัฒนาจะเห็นได้ว่าในสมัยนั้นเป็นสังคมแบบทุนนิยม ส่วนสังคมอำนาจนิยมและความขัดแย้ง เป็นช่วงของเหตุกาณ์ 14 ตุลาที่มีการขับไล่รัฐบาลเผด็ดการทหารออกไปจากอำนาจ ส่งผลให้มีการขัดแย้งในเรื่องระหว่างกกหมายกับจารีตประเพณีของท้องถิ่น การศึกษา และสังคมไทยยังได้รับอิทธิพลทางความคิดจากแนวความคิดสตรีนิยมเมื่อสังคมเกิดความขัดแย้งก็ทำให้เกิดสังคมของการแก่งแย่งชิงทรัพยากรตามมา สังคมไทยนั้นมีความแตกต่างกันทางสังคมอย่างมากมีการจัดการทรัพยากรที่แตกต่างกันจึงทำให้เกิดการรวมตัวสร้างเครือข่ายขึ้นมา เช่น องค์กรต่างๆ ส่วนสังคมทีมีพลวัติของวัฒนธรรมในกระแสโลกาภิวัฒน์ สังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจ ข่าวสารมีการเชื่อมโยงในระดับโลก ตั้งแต่ผ่านดาวเทียมจนถึงปัจจุบันเป็นข่าวสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ การอยู่กินเป็นพรรคพวกก็ถึอเป็นการเปลี่ยนแปลงอีกอย่างหนึ่งสังคมสร้างความรู้สึกนึกคิดร่วมกันขึ้นมาใหม่จนกลายเป็นวัฒนธรรม ที่เรียกว่า บริโภคนิยม ดังนั้นจะเห็นได้ว่ามุมมองของนักวิชาการแต่ละท่านมีหลากหลายมุมมอง ในบทความนี้ทำให้เราได้เข้าใจอีกมุมหนึ่งของสังคมไทยจึงอยากให้คนในปัจจุบันนี้เข้าใจและเรียนรู้เรื่องราวของสังคมไทยให้มากและจะเห็นได้ว่าคนไทยในปัจจุบันแตกแยกเป็นหลายสี อยากให้ย้อนนึกดูว่าแต่ก่อนคนไทยเคยมีความสุขกันแค่ไหนจะมาแตกแยกกันเพราะเรื่องไร้สาระอย่างนี้หรอ*-*อยากให้อาจารย์อธิบายในส่วนของบทความนี้เพิ่มเติมอีกเพราะสนุกมากในเรื่องของประวัติศาสตร์ไทย*-*

    ตอบลบ
  9. กลุ่ม10

    ทำไมส่งงานแล้วเนื้อหามันไม่ขึ้น
    มันหายไปไหนก็ไม่รู้ค่ะ

    ตอบลบ
  10. กลุ่ม10
    จากบทที่2กลุ่มข้าพเจ้ามีความเห็นว่าการที่ประเทศไทยตั้งอยู่ในดินแดนภาคพื้นเอเชียตะวันออกเชียงใต้ทำให้มีอาณาเขตติดต่อกับหลายๆประเทศทำให้มีความสัมพันะใกล้ชิดและมีผลต่อสภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศทั้งผลดีและผลเสียประเทศไทยตั้งอยู่ในสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมแก่การทำเกษรตกรรมถ้าจะพิจราณาตามโครงสร้างทางเศรษฐกิจดังที่กล่าวมาแล้วจะมีความสัมพันธ์กับชุมชนชนบทและลักษณะทัวไปของสังคมชนบทและสังคมเมืองจะมีความแตกต่างกันมากส่วนใหญ่สังคมชนบทเป็นครอบครัวที่มีความสัมพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้นมีความช่วยเหลือเกื้อกูลกันและถือว่าครอบครัวเป็นหน่วยสำคัญทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ชาวชนบทจะยึดอยู่กับประเพณีเดิมชาวชนบทมีชีวิตเผชิญหน้าอยู่กับธรรมชาติทุ่งนาป่าเขา ลักษณะของการอยู่อาศัยส่วนมากชนบทมีความโดดเดี่ยวเพราะห่างไกลจากสิ่งบริการต่างๆ เช่นโรงพยาบาล สถานศึกษา และสถานบริการอื่นๆ และในสังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมากไม่ว่าจะเป็น สภาพความเป็นอยู่ การใช้ชีวิต
    ส่วนสังคมเมือง มีความสัมพันธ์กันในลักษณะทุติยภูมิมีความผูกพันธ์ในครอบครัวมีน้อยอาชีพชาวเมืองมีมากมายมีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่างๆไม่ว่าจะเป็นด้าน การสื่อสารคมนาคม เทคโนโลยี จะสังเกตเห็นว่าในปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ในชนบทจะเข้ามาทำงานในเมืองมาก การเปลี่ยนแปลงในสังคมเช่นการเปลี่ยนแปลงขนาดของครอบครัว จากครอบครัวใหญ่เปลี่ยนเป็นครอบครัวขนาดเล็ก และการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจที่เคยเป็นอยู่เดิม เป็นชนบทและเปลี่ยนสภาพเป็นสังคมเมืองขึ้น ด้านความสัมพันธ์ ระหว่างบุคคลในสังคมนั้นก็เปลี่ยนแปลงไป

    ตอบลบ
  11. กลุ่มที่ 2
    จากการอ่านเนื้อหาของสภาพสังคมไทยในบทที่ 2 แล้วกลุ่มของข้าพเจ้ามีความคิดเห็นว่าประเทศไทยนั้นมีลักษณะของที่ตั้งที่มีอิทธิพลต่อสภาพของทั้งทางสังคม เศรษฐกิจและวัฒนธรรม เพราะว่าประเทศไทยได้ตั้งอยู่ในคาบสมุทรอินโดจีนและอยู่ในเส้นทางของการคมนาคมติดต่อกับประเทศต่าง ๆ อย่างสะดวกสบาย และมีการเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศต่าง ๆ เช่นกันทำให้เกิดความใกล้ชิดสนิทสนมกับหลายประเทศ ซึ่งสังคมไทยเป็นสังคมของการเกษตร มีชุมชนในชนบททั่วไปที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศไทยและเชียงใหม่ก็คือเมืองหลักๆของภาคเหนือ มีกรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวง ส่วนใหญ่สังคมในชนบทจะช่วยให้ทุกคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนเกิดความคุ้นเคยสนิทสนม แต่โดยทั่วไปชุมชนจะแบ่งออกเป็น 4 ชนิด แบ่งตามขนาดของประชากร ฐานะทางเศรษฐกิจ หน่วยงาน ลักษณะพิเศษของชุมชน ซึ่งสังคมที่เราอาศัยอยู่ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือชุมชนชนบทและชุมชนเมือง โดยชุมชนชนบทนั้นจะมีความสัมพันธ์ต่อกันอย่างแน่นแฟ้นไม่ว่าจะเป็นภายในครอบครัวเองและบ้านใกล้เรือนเคียงก็ตาม มีการช่วยเหลือกันในชุมชนและมีประเพณีที่ยังยึดถือดั้งเดิมอยู่ และส่วนสังคมเมืองนั้นจะแตกต่างจากสังคมชนบทเพราะว่าสังคมเมืองเหมือนต่างคนต่างอยู่มากกว่า ไม่ค่อยมีวามจริงใจให้แก่กัน ไม่ค่อยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เพราะต้องแข่งขันแย่งชิงในสิ่งต่าง ๆและมีความเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมที่รวดเร็ว ทำให้สังคมเมืองมีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีการสร้างสรรค์สิ่งใหม่อยู่เสมอเนื่องจากสังคมเมืองมีความเจริญทางวิวัฒนาการและมีความใกล้ชิดกับวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้นทุกที เป็นสังคมที่มีประชากรเพิ่มขึ้นเพราะผู้คนที่อาศัยอยู่ในชนบทได้อพยพเข้ามาอยู่ในเมืองกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ในสังคมชนบทจะมีความเป็นธรรมชาติมีความผูกพันกับธรรมชาติมากและมีการต่อสู้กับธรรมชาติสามารถทำงานได้หลายอย่าง ซึ่งถ้าเราลองเปรียบชีวิตชนบทกับชีวิตในเมืองแล้วเราจะเห็นว่าสังคมในเมืองของบ้านเราปัจจุบันนั้นมักจะใช้หลักการแบ่งชนชั้นทางสังคมทำให้ผู้ที่ด้อยกว่าอาจจะเสียเปรียบ ส่วนปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้ระดับความแตกต่างของชุมชนกับในเมืองลดลงคือความเจริญก้าวหน้าทางด้านการสื่อสาร มีความเจริญทางด้านการศึกษา องค์การในชนบทนั้นก็เกิดจากแรงผลักดันภายนอกซึ่งเป็นหน่วยงานที่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ จัดตั้งกลุ่มผู้รับผิดชอบชุมชนนั้นๆ ในเมืองก็มีการรวมกลุ่มกันเป็นสมาคมองค์การต่างๆโดยเกิดจากแนวคิดหรือหลักการเดียวกันนั่นเอง แต่สิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยนั้นคือความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ในปัจจุบันได้เกิดความคิดและค่านิยมของสังคมจึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางพฤติกรรมของสังคม เศรษฐกิจได้ง่ายๆ และในการเปลี่ยนแปลงนั้นก็มีทั้งด้านบวกและด้านลบแต่ก็ขึ้นอยู่กับความเต็มใจที่จะยอมรับกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน

    ตอบลบ
  12. ครบกำหนดเวลาส่งงาน

    ตอบลบ
  13. ไม่ระบุชื่อ1 กรกฎาคม 2552 เวลา 00:47

    แก้ไขรายชื่อ กลุ่ม 9
    ชาญวิทย์ การินทร์ 52122706
    เพิ่มสมาชิก
    ศิราณี ศรีคำ 51121031
    พวงพกา ณ ลำปาง 51121020
    วีณา 52122742 ย้าย sec

    ตอบลบ
  14. กลุ่ม ๙ มีสมาชิกเยอะกว่ากลุ่มอื่น ถ้าทำงานกลุ่มมาไม่ดีจะได้คะแนนน้อยเป็นกรณีพิเศษค่ะ

    ตอบลบ
  15. ไม่ระบุชื่อ11 กรกฎาคม 2552 เวลา 01:54

    กลุ่มที่12
    จากการที่ได้ไปอ่านเนื้อหาในบทที่ 2 กลุ่มของข้าพเจ้าคิดว่าประเทศไทยของเราโชคดีที่มีภูมิประเทศที่เหมาะสม ซึ่งทำให้ประเทศไทยมีหลากหลายฤดูกาล จึงเป็นผลดีให้คนไทยทุกคนมีพืชผักผลไม้กินตลอดทั้งปี เเละประเทศไทยยังดำรงชีวิตเเบบเรียบง่ายอยู่อย่างเป็นพี่เป็นน้องกันในสังคมชนบทจะมีความเป็นธรรมชาติมีความผูกพันกับธรรมชาติมากและมีการต่อสู้กับธรรมชาติสามารถทำงานได้หลายอย่าง ซึ่งถ้าเราลองเปรียบชีวิตชนบทกับชีวิตในเมืองแล้วเราจะเห็นว่าสังคมในเมืองของบ้านเราปัจจุบันนั้นมักจะใช้หลักการแบ่งชนชั้นทางสังคมทำให้ผู้ที่ด้อยกว่าอาจจะเสียเปรียบ ส่วนปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้ระดับความแตกต่างของชุมชนกับในเมืองลดลงคือความเจริญก้าวหน้าทางด้านการสื่อสาร มีความเจริญทางด้านการศึกษา องค์การในชนบทนั้นก็เกิดจากแรงผลักดันภายนอกซึ่งเป็นหน่วยงานที่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ จัดตั้งกลุ่มผู้รับผิดชอบชุมชนนั้นๆ ในเมืองก็มีการรวมกลุ่มกันเป็นสมาคมองค์การต่างๆโดยเกิดจากแนวคิดหรือหลักการเดียวกันนั่นเอง แต่สิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยนั้นคือความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี

    ตอบลบ